CN

กายภาพบำบัดสำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและความดันโลหิตต่ำ: ทำไมต้องมีนักกายภาพบำบัดดูแล

หลายครอบครัวเข้าใจว่ากายภาพบำบัดคือการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่งเท่านั้น แต่ความจริงแล้วสิ่งที่ทำให้กายภาพบำบัดต่างจากการออกกำลังกายทั่วไปคือ การประเมินและติดตามร่างกายผู้ป่วยอย่างเป็นระบบตลอดการรักษา โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีโรคความดันโลหิตสูงหรือความดันโลหิตต่ำ ซึ่งร่างกายตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวได้ไม่แน่นอนเท่าคนทั่วไป การให้นักกายภาพบำบัดเป็นผู้ออกแบบและควบคุมโปรแกรมจึงไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นความจำเป็นด้านความปลอดภัย

กายภาพบำบัดต่างจากการออกกำลังกายทั่วไปตรงไหน

แนวทางปฏิบัติของนักกายภาพบำบัดรวมการตรวจวัดความดันโลหิตเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผู้ป่วยทุกราย ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังทำกิจกรรม เพื่อดูว่าร่างกายตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวอย่างไร ซึ่งต่างจากการออกกำลังกายทั่วไปที่มักไม่มีการวัดค่าติดตามระหว่างทำกิจกรรม ความแตกต่างสำคัญมี 3 ข้อ ได้แก่

  1. มีการประเมินก่อนเริ่มโปรแกรมทุกครั้ง นักกายภาพบำบัดจะวัดความดันโลหิตขณะพักก่อน เพื่อดูว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยต่อการทำกิจกรรมหรือไม่
  2. มีการติดตามค่าระหว่างทำกิจกรรม ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้ป่วยออกแรงไปเรื่อยๆ แต่จะหยุดพักหรือปรับความหนักตามค่าที่วัดได้จริง
  3. ปรับโปรแกรมเฉพาะบุคคล ความหนัก ท่าทาง และจังหวะการพัก จะถูกปรับตามการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละคน ไม่ใช่สูตรสำเร็จรูปเดียวกันสำหรับทุกคน

กายภาพบำบัดสำหรับผู้มีความดันโลหิตสูง

แม้ทางการแพทย์จะพบว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างมีการควบคุม ต่อเนื่องประมาณ 90-150 นาทีต่อสัปดาห์ ร่วมกับการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจะช่วยลดความดันตัวบนได้อย่างเห็นผล แต่ในทางปฏิบัตินักกายภาพบำบัดจะไม่ปล่อยให้ผู้ป่วยออกแรงตามใจ โดยมีหลักที่ใช้จริงในคลินิก ดังนี้

  • วัดความดันก่อนเริ่มเสมอ หากพบว่าความดันขณะพักสูงเกิน 180/110 มม.ปรอท จะยังไม่เริ่มโปรแกรม
  • ออกแบบท่าบริหารแบบต่อเนื่องจังหวะสม่ำเสมอ เช่น เดินบนลู่ เหยียบจักรยานปั่นแขน-ขา แทนการฝึกแบบออกแรงหนักฉับพลัน
  • ฝึกเทคนิคการหายใจร่วมด้วยระหว่างออกแรง เพื่อป้องกันการกลั้นหายใจเบ่ง (Valsalva maneuver) ซึ่งทำให้ความดันพุ่งสูงทันที
  • คุมจังหวะพัก-ทำสลับกันเป็นเซตสั้นๆ แทนการให้ทำต่อเนื่องนานๆ ในผู้ป่วยที่ความดันควบคุมได้ไม่คงที่

กายภาพบำบัดสำหรับผู้มีความดันโลหิตต่ำ

จุดที่นักกายภาพบำบัดให้ความสำคัญมากที่สุดในกลุ่มนี้คือ "ภาวะความดันต่ำจากการเปลี่ยนท่า (Orthostatic Hypotension)" ซึ่งตามเกณฑ์ทางคลินิกถือว่าผิดปกติเมื่อความดันตัวบนลดลงตั้งแต่ 20 มม.ปรอทขึ้นไป หรือความดันตัวล่างลดลงตั้งแต่ 10 มม.ปรอทขึ้นไป เมื่อเปลี่ยนจากท่านอนหรือนั่งเป็นยืน โดยหลักที่ใช้จริงในคลินิกมีดังนี้

  • ฝึก "การเปลี่ยนท่าแบบเป็นขั้น" คือจากนอนเป็นนั่งห้อยขา พักวัดความดัน แล้วจึงฝึกยืนแทนการให้ลุกยืนทันที
  • วัดความดันซ้ำทุกครั้งที่เปลี่ยนท่าเพื่อจับสัญญาณความดันตกตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนมีอาการหน้ามืด
  • เลือกท่าบริหารที่ทำในท่านั่งหรือยืนพิงเป็นหลัก หลีกเลี่ยงท่าก้มศีรษะต่ำกว่าระดับหัวใจ
  • ฝึกการเกร็งกล้ามเนื้อขาก่อนลุกยืน (เช่น กระดกข้อเท้า เกร็งน่อง) เพื่อช่วยดันเลือดกลับสู่หัวใจและสมอง ลดอาการหน้ามืด

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเรื่องกายภาพบำบัดกับความดันโลหิต

  • "ความดันสูงต้องนอนพักอย่างเดียว ห้ามทำกายภาพบำบัด" ความจริงคือการไม่ขยับตัวเลยกลับทำให้กล้ามเนื้อลีบและเลือดไหลเวียนแย่ลง กายภาพบำบัดที่ควบคุมความหนักอย่างเหมาะสมกลับช่วยควบคุมความดันได้ดีกว่า
  •  "ความดันต่ำ ยิ่งฝึกหนักความดันจะยิ่งกลับมาปกติเร็ว" ความจริงคือการฝึกหนักเกินไปโดยไม่มีการวัดติดตาม กลับเสี่ยงทำให้ความดันตกแรงกว่าเดิมหลังทำกิจกรรม
  • "แค่ให้ผู้สูงอายุเดินหรือขยับตัวเองที่บ้านก็พอ ไม่ต่างจากกายภาพบำบัด" ความจริงคือหากไม่มีการวัดค่าความดันติดตามระหว่างทำ จะไม่สามารถรู้ได้ทันทีว่าร่างกายกำลังตอบสนองผิดปกติหรือไม่

สัญญาณที่ต้องหยุดกายภาพบำบัดทันทีและแจ้งทีมดูแล

ระหว่างทำกายภาพบำบัด หากพบอาการแน่นหน้าอก ใจสั่นผิดจังหวะ เวียนหัวรุนแรง หายใจหอบผิดปกติ หรือแขนขาอ่อนแรง ต้องหยุดกิจกรรมและแจ้งนักกายภาพบำบัดหรือแพทย์ทันที นี่คือเหตุผลที่การทำกายภาพบำบัดควรอยู่ในสถานที่ที่มีทีมดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา

ดูแลอย่างมั่นใจ

ที่ชนารักษ์ เนอร์สซิ่งโฮม การทำกายภาพบำบัดทุกครั้งเริ่มต้นด้วยการประเมินความดันโลหิตและสภาพร่างกายโดยนักกายภาพบำบัดวิชาชีพ มีการติดตามค่าความดันตลอดการทำกิจกรรม ทีมสหวิชาชีพดูแลใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง คอยสังเกตอาการผิดปกติได้ทันที พร้อมรถพยาบาลประจำศูนย์กรณีฉุกเฉิน 

ชนารักษ์ เนอร์สซิ่งโฮม ราชบุรี
โทร 032-240339, 095-487-2839, 096-649-6695


ข้อมูลอ้างอิง

  • Physical Therapy Journal (Oxford Academic). Blood Pressure Screening by Outpatient Physical Therapists: A Call to Action and Clinical Recommendations.
  • American Heart Association (Hypertension Journal). Physical Activity as a Critical Component of First-Line Treatment for Elevated Blood Pressure or Cholesterol.
  • Harvard Health Publishing, Harvard Medical School. Exercising with low blood pressure: Advice and precautions. 
  • คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล. ออกกำลังกายลดเสี่ยงล้มในผู้สูงอายุ. 

 

 

 

 

 

Health Newsอื่น ๆ