CN

กิจกรรมบำบัด ฟื้นทักษะในชีวิตประจำวัน

"กิจกรรมบำบัด" ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมคลายเหงาอย่างที่หลายคนเข้าใจ ในทางวิชาชีพ กิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy) คือศาสตร์การฟื้นฟูที่มีเป้าหมายเฉพาะเจาะจง คือ ช่วยให้ผู้สูงอายุกลับมาทำกิจวัตรประจำวันที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเองมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ แต่งตัว รับประทานอาหาร หรือแม้แต่การกลืนอาหารอย่างปลอดภัย

กิจกรรมบำบัดต่างจากกายภาพบำบัดอย่างไร

คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ "กิจกรรมบำบัดกับกายภาพบำบัดต่างกันตรงไหน" คำตอบคือ ทั้งสองศาสตร์ทำงานร่วมกัน แต่มีเป้าหมายต่างกัน ขณะที่กายภาพบำบัดเน้นฟื้นฟูการเคลื่อนไหว ความแข็งแรง และการทรงตัว กิจกรรมบำบัดจะนำความสามารถที่ฟื้นฟูได้มาประยุกต์กับ "กิจกรรมจริงในชีวิตประจำวัน" ของแต่ละคน เช่น ฝึกใช้ช้อนกินข้าวด้วยมือข้างที่อ่อนแรงหลังเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือฝึกวางแผนขั้นตอนการแต่งตัวสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านความคิดความจำ

ประโยชน์ของกิจกรรมบำบัดมีมากกว่าที่คิด

การบำบัดที่เน้นกิจกรรมเฉพาะบุคคล (Occupation-based) ช่วยฟื้นฟูความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะเมื่อทำร่วมกับการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้เหมาะสม ประโยชน์หลักมี ดังนี้

  1. ฟื้นฟูความสามารถในการดูแลตัวเอง เช่น อาบน้ำ แต่งตัว รับประทานอาหารได้ด้วยตัวเอง ลดภาระผู้ดูแล
  2. กระตุ้นความคิดความจำ ผ่านกิจกรรมที่ออกแบบเฉพาะ ช่วยชะลอความเสื่อมด้านการรับรู้ในผู้สูงอายุที่เริ่มมีภาวะสมองเสื่อม
  3. ฝึกการกลืนอย่างปลอดภัย สำหรับผู้ที่มีปัญหากลืนลำบาก ลดความเสี่ยงสำลักอาหารและปอดอักเสบจากการสำลัก ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่พบบ่อยในผู้สูงอายุติดเตียง
  4. ปรับสภาพแวดล้อมและอุปกรณ์ เช่น เก้าอี้อาบน้ำ ราวจับ อุปกรณ์ช่วยจับที่ถนัดมือ เพื่อลดความเสี่ยงหกล้มในบ้าน

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับกิจกรรมบำบัด

  • เข้าใจผิด: "กิจกรรมบำบัดคือการหากิจกรรมให้ผู้สูงอายุทำเพื่อคลายเหงา" ความจริงคือทุกกิจกรรมที่ใช้ ถูกเลือกอย่างมีเป้าหมายทางคลินิก โดยนักกิจกรรมบำบัดจะประเมินก่อนว่าผู้สูงอายุขาดความสามารถด้านใด แล้วจึงออกแบบกิจกรรมที่ตรงจุดนั้น ไม่ใช่กิจกรรมนันทนาการทั่วไป
  • เข้าใจผิด: "ต้องรอให้อาการหนักมากก่อนถึงจะเริ่มทำได้" ความจริงคือยิ่งเริ่มเร็วหลังเกิดปัญหา เช่น หลังโรคหลอดเลือดสมองหรือหลังผ่าตัดข้อสะโพก ยิ่งช่วยรักษาความสามารถเดิมไว้ได้มากกว่า
  • เข้าใจผิด: "กิจกรรมบำบัดใช้ได้เฉพาะกับผู้ป่วยทางสมองหรือจิตใจเท่านั้น" ความจริงคือครอบคลุมถึงผู้ป่วยที่มีปัญหาทางกล้ามเนื้อและกระดูก ปัญหาการกลืน และการปรับสภาพแวดล้อมด้วย

อาการหรือภาวะที่ควรพิจารณาให้ทำกิจกรรมบำบัด

ครอบครัวควรพิจารณาปรึกษานักกิจกรรมบำบัดเมื่อผู้สูงอายุมีอาการดังต่อไปนี้

  • แขนหรือมือข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรงหลังโรคหลอดเลือดสมอง ทำให้ทำกิจวัตรประจำวันลำบาก
  • เริ่มมีปัญหาความจำหรือการวางแผนขั้นตอนง่ายๆ เช่น ลืมขั้นตอนการแต่งตัวหรือทำอาหาร
  • ไอหรือสำลักบ่อยขณะกินอาหารหรือดื่มน้ำ ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะกลืนลำบาก
  • หลังผ่าตัดข้อสะโพกหรือข้อเข่า ที่ต้องปรับวิธีทำกิจวัตรประจำวันให้ปลอดภัยระหว่างพักฟื้น
  • มีภาวะสมองเสื่อมระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง และครอบครัวต้องการวิธีดูแลที่ช่วยชะลอความถดถอย

กิจกรรมบำบัดกับภาวะสมองเสื่อมและความปลอดภัยในการกลืน

การใช้กิจกรรมบำบัดร่วมกับโปรแกรมกระตุ้นความคิดความจำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมได้ ขณะเดียวกัน การฝึกกลืนอย่างถูกวิธีโดยนักกิจกรรมบำบัดก็เป็นแนวทางป้องกันปอดอักเสบจากการสำลักที่ได้รับการยอมรับในทางคลินิก

ที่ชนารักษ์ เนอร์สซิ่งโฮม การทำกิจกรรมบำบัดเริ่มจากการประเมินความสามารถด้านการทำกิจวัตรประจำวัน การกลืน และการรับรู้ของผู้สูงอายุแต่ละรายโดยนักกิจกรรมบำบัด ก่อนออกแบบกิจกรรมเฉพาะบุคคลที่ตรงกับเป้าหมายฟื้นฟู พร้อมทีมสหวิชาชีพดูแลใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง จึงเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการฟื้นฟูความสามารถในการดูแลตัวเอง หรือดูแลภาวะกลืนลำบากและภาวะสมองเสื่อมอย่างเป็นระบบ

ชนารักษ์ เนอร์สซิ่งโฮม ราชบุรี
โทร 032-240339, 095-487-2839, 096-649-6695


ข้อมูลอ้างอิง

  • American Occupational Therapy Association (AOTA). What Is Occupational Therapy?.
  • ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. แนวทางการประเมินและคัดกรองผู้สูงอายุ.

Health Newsอื่น ๆ