TH

เลือดออกในสมอง รู้เร็ว รอดเร็ว

อาการเลือดออกในสมองในผู้สูงอายุ: สัญญาณเตือนที่ต้องรู้ก่อนสายเกินแก้

เลือดออกในสมอง (Hemorrhagic Stroke) คือภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดในสมองแตกหรือรั่ว ทำให้เลือดไหลเข้าไปกดเนื้อสมองโดยตรง ซึ่งต่างจากโรคหลอดเลือดสมองตีบที่เกิดจากการอุดตัน หากครอบครัวพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลช้าเท่าไหร่ เนื้อสมองก็ยิ่งถูกทำลายมากขึ้นเท่านั้น สำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุอยู่ในความดูแล การจำอาการเตือนให้แม่นยำจึงอาจช่วยการฟื้นตัวและป้องกันความพิการถาวรได้

ทำไมผู้สูงอายุถึงมีความเสี่ยงสูงกว่า

สาเหตุหลักของเลือดออกในสมองคือภาวะความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ดีเป็นเวลานาน ซึ่งทำให้ผนังหลอดเลือดในสมองเปราะบางและแตกง่ายขึ้น นอกจากนี้ อายุที่มากขึ้นยังเพิ่มความเสี่ยงจากภาวะหลอดเลือดเสื่อมสภาพตามวัย (Cerebral Amyloid Angiopathy) ซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะ ร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่น เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด

สัญญาณเตือนที่ต้องสังเกตทันที

อาการของเลือดออกในสมองมักเกิดขึ้นฉับพลันขณะผู้สูงอายุทำกิจกรรมตามปกติ และมักรุนแรงกว่าโรคหลอดเลือดสมองตีบในระยะแรก อาการที่พบบ่อยได้แก่

  • ปวดศีรษะรุนแรงฉับพลัน ที่หลายคนอธิบายว่า "ปวดหัวที่สุดในชีวิต"
  • แขนหรือขาอ่อนแรงหรือชาข้างใดข้างหนึ่งของร่างกาย
  • ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือพูดไม่ได้ทันที
  • คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง ร่วมกับอาการปวดหัว
  • ซึมลง สับสน หรือระดับความรู้สึกตัวลดลง
  • ชัก หรือหมดสติกะทันหัน

วิธีจำง่ายๆ ที่ใช้กันทั่วโลกคือหลัก FAST: F (Face) หน้าเบี้ยว, A (Arm) แขนอ่อนแรง, S (Speech) พูดไม่ชัด, T (Time) ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีเมื่อพบอาการ เพราะการรักษาทุกนาทีมีค่าต่อเนื้อสมองที่เหลืออยู่

เมื่อสงสัยว่าเลือดออกในสมอง ควรทำอย่างไร

หากพบอาการข้างต้น ให้โทรแจ้งหน่วยฉุกเฉินหรือนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที จดเวลาที่เริ่มมีอาการให้ชัดเจนเพื่อแจ้งแพทย์ เพราะมีผลต่อการตัดสินใจเลือกวิธีรักษา ระหว่างรอความช่วยเหลือ ให้จัดผู้ป่วยนอนตะแคงศีรษะสูงเล็กน้อย ไม่ให้กินหรือดื่มใดๆ เพราะอาจสำลักได้หากกลืนลำบาก และห้ามปล่อยให้ผู้ป่วยอยู่คนเดียว

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยและอาจเป็นอันตราย

  • เข้าใจผิด: "เจาะปลายนิ้วให้เลือดออกจะช่วยให้อาการดีขึ้น" ความเชื่อนี้ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ และการเสียเวลากับวิธีนี้ยิ่งทำให้ผู้ป่วยไปถึงโรงพยาบาลช้าลง ซึ่งอันตรายกว่าเดิม
  • เข้าใจผิด: "ถ้ายังพูดคุยรู้เรื่อง ไม่หมดสติ แปลว่าไม่ใช่เลือดออกในสมอง" ความจริงคือเลือดออกในสมองบางตำแหน่งอาจไม่ทำให้หมดสติทันที แต่จะแสดงอาการอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดแทน การรอดูอาการจึงเสี่ยงเกินไป
  • เข้าใจผิด: "ปวดหัวบ่อยๆ อยู่แล้วเป็นเรื่องปกติของผู้สูงอายุ" ความจริงคือหากเป็นอาการปวดหัวรุนแรงแบบไม่เคยเป็นมาก่อน ต้องแยกออกจากอาการปวดหัวทั่วไปและรีบพบแพทย์

หลังผ่านช่วงวิกฤต การฟื้นฟูคือกุญแจสำคัญ

ผู้ป่วยที่รอดชีวิตจากเลือดออกในสมองมักมีความอ่อนแรงหรือความบกพร่องด้านการเคลื่อนไหว การพูด หรือการกลืนหลงเหลืออยู่ การฟื้นฟูที่เริ่มต้นเร็วและต่อเนื่อง ทั้งกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูการเคลื่อนไหว และกิจกรรมบำบัดเพื่อฟื้นฟูความสามารถทำกิจวัตรประจำวัน มีผลอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวของผู้ป่วย

การฟื้นฟูหลังเลือดออกในสมอง 

ที่ชนารักษ์ เนอร์สซิ่งโฮม ผู้สูงอายุที่ผ่านช่วงวิกฤตจากเลือดออกในสมองจะได้รับการประเมินและวางแผนฟื้นฟูโดยทีมสหวิชาชีพ ทั้งนักกายภาพบำบัดและนักกิจกรรมบำบัด ร่วมกับพยาบาลและทีมผู้ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และอยู่ใกล้โรงพยาบาลพร้อมรถพยาบาลประจำศูนย์กรณีฉุกเฉิน จึงเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องและปลอดภัยหลังออกจากโรงพยาบาล

ชนารักษ์ เนอร์สซิ่งโฮม ราชบุรี
โทร 032-240339, 095-487-2839, 096-649-6695


ข้อมูลอ้างอิง

  • Mayo Clinic. Stroke: Symptoms and Causes, และ Stroke: Diagnosis and Treatment.
  • Harvard Health Publishing, Harvard Medical School. Hemorrhagic Stroke.
  • โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์. โรคหลอดเลือดสมอง รู้ทัน ป้องกันอัมพาต.

สาระสุขภาพอื่น ๆ