TH

กายภาพบำบัดหัวใจ: ฟื้นฟูกล้ามเนื้ออ่อนแรง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วยโรคหัวใจ

ผู้ป่วยโรคหัวใจจำนวนไม่น้อยมักประสบปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือมีอาการเหนื่อยหอบง่าย ส่งผลต่อการทำกิจวัตรประจำวัน ทำให้เคลื่อนไหวร่างกายน้อยลงจนเกิดภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบตามมา การทำกายภาพบำบัดหัวใจ (Cardiac Rehabilitation) จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางกาย ช่วยให้หัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน ครอบครัวและผู้ดูแลจึงควรทราบแนวทางและหลักการทำกายภาพบำบัดที่ปลอดภัย เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมามีชีวิตที่สดใสและแข็งแรงอีกครั้ง

ทำไมผู้ป่วยโรคหัวใจจึงเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง?

อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงในผู้ป่วยโรคหัวใจไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อโดยตรง แต่มีปัจจัยหลักมาจาก

  • การสูบฉีดเลือดลดลง: เมื่อหัวใจทำงานได้ไม่เต็มที่ ปริมาณเลือดและออกซิเจนที่ส่งไปเลี้ยงกล้ามเนื้อส่วนปลาย (แขนและขา) ลดลง ทำให้เกิดความล้าได้ง่าย
  • ภาวะไม่ได้ใช้งาน (Disuse Atrophy): ผู้ป่วยมักกังวลเรื่องการออกแรงทำให้เลือกที่จะนอนพักเป็นเวลานาน ส่งผลให้กล้ามเนื้อขาดการกระตุ้นและสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ
  • ผลข้างเคียงจากยา: ยาบางชนิดที่ใช้รักษาโรคหัวใจ อาจส่งผลต่อความดันโลหิตหรือการตอบสนองของร่างกายในช่วงเริ่มต้นของการทำกิจกรรม

แนวทางการทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูหัวใจและกล้ามเนื้อ

การทำกายภาพบำบัดในผู้ป่วยโรคหัวใจต้องคำนึงถึง "ความปลอดภัย" เป็นสำคัญ จึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของนักกายภาพบำบัดหรือพยาบาลวิชาชีพ ดังนี้

  1. การออกกำลังกายแบบแอโรบิกความเข้มข้นต่ำ (Low-Intensity Aerobic Exercise) เช่น การเดินช้าๆ หรือการปั่นจักรยานมือ/เท้าในระดับเบา เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและเพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อหัวใจโดยไม่หักโหม
  2. การออกกำลังกายแบบแรงต้าน (Resistance Training) ใช้ยางยืดหรือน้ำหนักเบาๆ เพื่อฝึกกล้ามเนื้อแขนและขา ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและส่งเสริมการทรงตัว
  3. การฝึกหายใจ (Breathing Exercises) ช่วยเพิ่มความจุของปอดและลดความเหนื่อยล้าขณะทำกิจวัตรประจำวัน
  4. การฝึกความทนทาน (Endurance Training) ค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาการเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ตามขีดจำกัดความสามารถของผู้ป่วย (Gradual Progression)

สิ่งที่ควรระวังขณะทำกายภาพบำบัด

  • สังเกตสัญญาณอันตราย หากมีอาการเจ็บหน้าอก, เวียนศีรษะ, ใจสั่นผิดปกติ หรือหายใจลำบากเกินควรต้องหยุดทำกิจกรรมทันที
  • การควบคุมความดันและชีพจร ต้องมีการวัดสัญญาณชีพก่อนและหลังการออกกำลังกายเสมอ
  • การสื่อสารกับแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ทุกครั้งก่อนเริ่มโปรแกรมกายภาพบำบัด เพื่อกำหนดโซนอัตราการเต้นของหัวใจที่ปลอดภัย

การทำกายภาพบำบัดหัวใจในผู้ป่วย จำเป็นต้องได้รับการประเมินความปลอดภัย ได้รับใบสั่งการออกกำลังกายที่เหมาะสมจากแพทย์ และควบคุมดูแลโดยนักกายภาพบำบัดเป็นรายบุคคล เพื่อป้องกันอันตรายร้ายแรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

การดูแลที่ ชนารักษ์ เนอร์สซิ่งโฮม

ชนารักษ์ เนอร์สซิ่งโฮมให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหัวใจด้วยโปรแกรมกายภาพบำบัดที่ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยมีทีมนักกายภาพบำบัดวิชาชีพที่มีประสบการณ์คอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการฝึก เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาช่วยเหลือตัวเองได้ดีที่สุด

ชนารักษ์ เนอร์สซิ่งโฮม ราชบุรี
โทร 032-240339, 095-487-2839, 096-649-6695


ข้อมูลอ้างอิง

  • American Heart Association (AHA). Cardiac Rehabilitation and Heart Health.
  • กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคเรื้อรังและโรคหัวใจ.
  • คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. การออกกำลังกายในผู้ป่วยโรคหัวใจ.
  • สมาคมศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอกแห่งประเทศไทย. แนวทางการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ.

 

 

 

 

 

 

สาระสุขภาพอื่น ๆ