TH

ปวดคอ บ่า ไหล่ในผู้สูงอายุ: กายภาพบำบัดช่วยได้

หลายครอบครัวเข้าใจว่าอาการปวดคอ บ่า ไหล่ในผู้สูงอายุแก้ได้ด้วยการนวดหรือประคบร้อนเป็นครั้งคราว แต่ในความเป็นจริง อาการปวดที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในผู้สูงอายุมักมีต้นเหตุจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างร่างกายตามวัย เช่น ข้อกระดูกคอเสื่อม ท่าทางที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปจากการนั่งหรือนอนเป็นเวลานาน ซึ่งการนวดคลายกล้ามเนื้อช่วยได้เพียงบรรเทาอาการชั่วคราวไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ 

ทำไมผู้สูงอายุถึงปวดคอ บ่า ไหล่บ่อยกว่าวัยอื่น

อาการปวดคอในผู้สูงอายุส่วนหนึ่งเกิดจากการเสื่อมของหมอนรองกระดูกและข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนคอตามอายุ ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อรอบคอและบ่าต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อพยุงศีรษะ นอกจากนี้ผู้สูงอายุที่นั่งหรือนอนอยู่กับที่เป็นเวลานาน เช่น นั่งดูโทรทัศน์ นั่งรถเข็น หรือนอนติดเตียง มักมีท่าทางศีรษะยื่นไปด้านหน้าและไหล่ห่อ ซึ่งยิ่งเพิ่มภาระให้กล้ามเนื้อบ่าและคอต้องเกร็งค้างอยู่ตลอดเวลา

กายภาพบำบัดรักษาอาการปวดคอ บ่า ไหล่ในผู้สูงอายุไม่ใช่แค่ "นวดคลายกล้ามเนื้อ" 

การทำกายภาพบำบัดแตกต่างจากการนวดทั่วไป โดยก่อนเริ่มการรักษาทุกครั้ง นักกายภาพบำบัดจะต้องทำการประเมินอย่างเป็นระบบ ได้แก่

  1. ประเมินองศาการเคลื่อนไหวของคอและไหล่ เพื่อดูว่าติดขัดในทิศทางใดบ้าง
  2. ประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อคอส่วนลึกที่ทำหน้าที่พยุงศีรษะ
  3. ตรวจอาการทางระบบประสาท เพื่อแยกว่าอาการปวดร้าวมีการกดทับเส้นประสาทร่วมด้วยหรือไม่

ผลการประเมินเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้แผนการรักษาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต่างจากการนวดคลายกล้ามเนื้อทั่วไปที่ทำวิธีเดียวกันในทุกคน

เทคนิคกายภาพบำบัดที่ใช้จริงในผู้สูงอายุ

ควรทำ

  • ยืดกล้ามเนื้อหน้าอกและกล้ามเนื้อบ่าที่ตึงจากท่าไหล่ห่อ ควบคู่กับฝึกความแข็งแรงกล้ามเนื้อสะบักด้านหลังเพื่อดึงไหล่กลับสู่ตำแหน่งปกติ
  • ฝึกกล้ามเนื้อคอส่วนลึก (Deep Neck Flexor) ด้วยท่าที่ควบคุมได้ ไม่ใช้แรงเหวี่ยง เพื่อลดภาระกล้ามเนื้อบ่าที่ทำงานเกินหน้าที่
  • ใช้ความร้อนตื้นหรือกระแสไฟฟ้ากระตุ้นเฉพาะจุด (TENS) ร่วมกับการออกกำลังกาย เพื่อลดปวดก่อนเริ่มขยับข้อ ไม่ใช้เป็นการรักษาเดี่ยวๆ
  • ปรับท่านั่ง ท่านอน และความสูงของหมอนหรือพนักพิงให้เหมาะกับผู้สูงอายุแต่ละราย โดยเฉพาะผู้ที่ใช้รถเข็นหรือคนไข้ติดเตียง

ควรเลี่ยง

  • การดึงคอหรือหมุนคอแรงๆ โดยไม่มีการประเมินก่อน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกพรุนร่วมด้วย
  • การนวดแรงๆ บริเวณที่มีอาการปวดร้าวลงแขนหรือชาไปยังนิ้วมือ เพราะอาจเป็นสัญญาณของการกดทับเส้นประสาท ต้องประเมินก่อนรักษา
  • การปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่ในท่าเดิมนานๆ โดยไม่ขยับแม้จะไม่ปวด เพราะกล้ามเนื้อจะยิ่งตึงสะสม

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

  • "ปวดคอบ่าไหล่ในผู้สูงอายุเป็นเรื่องปกติตามวัย ปล่อยไว้ได้" ความจริงคือแม้ความเสื่อมตามวัยจะเกิดขึ้นได้ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ฟื้นฟู กล้ามเนื้อจะยิ่งอ่อนแรงและองศาการเคลื่อนไหวจะยิ่งลดลงเรื่อย ๆ
  • "นวดแรงๆ ยิ่งดี ยิ่งหายเร็ว" ความจริงคือแรงกดที่มากเกินไปในผู้สูงอายุที่กระดูกบางลงตามวัย อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บเพิ่มได้
  • "ประคบร้อนอย่างเดียวก็เพียงพอ" ความจริงคือความร้อนช่วยลดปวดชั่วคราวเท่านั้น แต่ไม่ได้แก้ไขท่าทางหรือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่เป็นต้นเหตุที่แท้จริง

สัญญาณที่ควรพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดทันที

หากผู้สูงอายุมีอาการปวดร้าวลงแขนถึงปลายนิ้ว มีอาการชาหรืออ่อนแรงที่มือ เวียนศีรษะเวลาหันคอ หรือปวดศีรษะร่วมกับคอแข็งเกร็งมาก ควรได้รับการประเมินโดยนักกายภาพบำบัดหรือแพทย์โดยเร็ว เพื่อแยกภาวะที่อาจเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทหรือไขสันหลังออกก่อนเริ่มการรักษา

ที่ชนารักษ์ เนอร์สซิ่งโฮม การรักษาอาการปวดคอ บ่า ไหล่เริ่มจากการประเมินท่าทางและการเคลื่อนไหวโดยทีมนักกายภาพบำบัด ก่อนออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคลที่เหมาะกับข้อจำกัดของผู้สูงอายุแต่ละราย ร่วมกับทีมผู้ดูแลใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง จึงเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเรื้อรังจากความเสื่อมตามวัยรวมทั้งผู้สูงอายุที่ต้องนั่ง-นอนเป็นเวลานาน

ชนารักษ์ เนอร์สซิ่งโฮม ราชบุรี
โทร 032-240339, 095-487-2839, 096-649-6695


ข้อมูลอ้างอิง

  • American Physical Therapy Association (ChoosePT). Physical Therapy Guide to Neck Pain.
  • Mayo Clinic News Network. Expert Alert: Back and neck pain treatments cover self-care to surgery; prevention is key.
  • ศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล. การรักษาและการออกกำลังกายในผู้ป่วยโรคกระดูกคอเสื่อม.